Showing 1–12 of 125 results

NAS

ขาย NAS (Network Attached Storage) แนสราคาถูก ทุกรุ่น ทุกโมเดล ทุกแบรนด์ รับประกันแท้จากศูนย์โดยตรง บริการจัดส่งฟรี โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง พร้อมให้คำปรึกษาในทุกๆ การใช้งาน

กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock
กรุณาติดต่อเพื่อเช็ค Stock

ขาย NAS แบรนด์ชั้นนำ ราคาพิเศษ โดยตัวแทนจำหน่าย

จำหน่ายอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล NAS มือหนึ่ง ราคาถูก พร้อมรับประกันศูนย์เต็มจำนวน โดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง เลือกซื้อได้ทุกรุ่น ทุกสเปค พร้อมบริการให้คำปรึกษาฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือติดต่อเพื่อขอใบเสนอราคาสำหรับองค์กร

> อ่านบทความ NAS คืออะไร

NAS ย่อมาจาก Network-Attached Storage คืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล หรือ Data Storage Device ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย ทำให้คอมพิวเตอร์ในระบบ Network สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับแนสโดยตรง ภายในตัวเครื่อง ประกอบด้วย Processor และระบบปฏิบัติการ จึงทำให้แนสมีความสามารถในการรันแอพพลิเคชั่น พร้อมรองรับฟีเจอร์เสริมในการจัดเก็บและบริหารจัดการไฟล์ต่างๆ ให้ง่ายต่อการแชร์ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ

รูปทรงของตัวเครื่อง มักจะเป็นกล่องสี่เหลี่ยม มีช่องสำหรับใส่ Harddisk ซึ่งสามารถปรับแต่ง ให้ยืดหยุ่นได้อย่างอิสระตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยแต่ละรุ่น ก็จะมีความสามารถในการรองรับปริมาณความจุที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสเปคและราคาสินค้า

NAS

การเชื่อมต่อ

ความน่าทึ่งของ NAS คือจุดเด่นในการเชื่อมต่อ ง่ายต่อการเข้าถึงไฟล์ได้โดยคนหลายๆ คน, คอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่อง, มือถือหลายๆ ตัว และ อุปกรณ์อื่นๆแม้กระทั่งแบบไร้สาย ในเวลาเดียวกัน

เชื่อมต่อโดยตรงกับคอมพิวเตอร์

สำหรับการใช้งานตามบ้านแบบ Home Use การเชื่อมต่อโดยตรงจะเป็นวิธีที่นิยมกันมากที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คแล้วพื้นที่ความจุเต็ม ส่วนใหญ่แล้ว วิธีการคือใช้สาย USB ต่อจากแนส ไปยังพอร์ต USB ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการ สำหรับผู้ใช้งานฝั่ง Mac นั้น อาจจะต้องใช้งานเป็นสาย Thunderbolt แทน

การเชื่อมต่อแบบนี้ สามารถต่อเข้าได้หลายๆ เครื่องเช่นกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนพอร์ตที่แนสตัวนั้นๆ รองรับนั่นเอง ซึ่งไฟล์ที่เก็บในแนส ก็จะเข้าถึงได้แค่จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เสียบต่อเข้ากับมันโดยตรงเท่านั้น อาจจะเรียกแนสประเภทนี้ได้อีกอย่างว่า DAS (Direct-Attached Storage)

ผ่านระบบเน็ตเวิร์ค

สำหรับ NAS ที่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย จะถูก Config ให้ User ภายในระบบเครือข่ายที่ได้รับอนุญาต สามารถเข้าถึงได้ทั้งหมด เป็นวิธีที่นิยมใช้กันในองค์กระทุกระดับ ที่มีไฟล์ที่ต้องการแชร์เก็บไว้ใช้ร่วมกัน ช่องทางการเชื่อมต่อ นิยมใช้กันทั้งผ่านสาย Ethernet และระบบไร้สาย Wi-Fi

ในกลุ่มการเชื่อมต่อผ่าน Network นี้ การดูแลรักษารับบความปลอดภัยถือเป็นสิ่งสำคัญ จึงมีฟีเจอร์มากมายที่ออกแบบมาเพื่อเสริมในส่วนของ Security ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถตรวจสอบการเข้าถึงของอุปกรณ์ต่างๆ ได้ และทำการอนุญาตเฉพาะ Device ที่เรากำหนด

ผ่านระบบคลาวด์

คือตัวจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ Cloud นั่นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ ที่ให้เช่าใช้พื้นที่จัดเก็บของตน อาทิเช่น Azure, Amazon, iCloud และอื่นๆ จุดเด่นคือ User ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์ Hardware ใดๆ มา และไม่ต้องกลัวว่ามันจะพัง เพราะการจัดเก็บข้อมูลจะอยู่ในความรับผิดชอบของแบรนด์ชั้นนำที่ให้บริการ โดยลักษณะใช้งานจะเป็นการเชื่อมต่อผ่าน Internet

> อ่านบทความ Cloud คืออะไร

สำหรับบริษัทส่วนใหญ่แล้ว มักจะนิยมใช้ NAS เป็น Hardware เชื่อมต่อกับระบบ Network ภายในเสียมากกว่า เพราะมีต้นทุนที่จ่ายครั้งเดียว และคบคุมได้ พร้อมทั้งสามารถควบคุมในส่วนของความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลภายในตัวเครื่องได้มากกว่าแบบอื่นๆ

แนส
ซื้อ ขาย

องค์ประกอบภายในเครื่อง

โดยทั่วไป คอมพิวเตอร์จะอ่านและเขียนไฟล์จาก NAS ที่เชื่อมต่อโดยตรงด้วยสาย Cable ได้รวดเร็วกว่าการเชื่อมต่อผ่านระบบ Network ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของไฟล์ด้วย

การแต่งรูปภาพหรือวิดีโอขนาดใหญ่ ที่ไฟล์เก็บอยู่ในแนส โดยที่ไม่โหลดมาทำใน Computer แนะนำให้ใช้การเชื่อมต่อผ่านสาย USB หรือ Thunderbolt จะสามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายจะทำงานได้ช้ากว่าโดยตรง แต่ก็มีข้อดีที่ความยืดหยุ่นหลากหลาย และสะดวกในการใช้งานมากกว่า และเพื่อรองรับความหลากหลายของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ ภายในตัวเครื่องจึงประกอบด้วยชิ้นส่วนและองค์ประกอบต่างๆ มากมาย เพื่อรองรับการทำงานที่ยืดหยุ่น ดังนี้

Storage

ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปแบบ Hard Disk Drive ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของตัวเครื่อง ทำหน้าที่จัดเก็บไฟล์ต่างๆ นั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้ว แนสรุ่นที่ใช้งานตาม Home Office, บริษัทขนาดเล็ก หรือในแผนกย่อย จะจัดเก็บได้ 2 - 5 ลูก ซึ่งยิ่งจัดเก็บได้เยอะ ก็ยิ่งจุข้อมูลได้เยอะนั่นเอง นอกจากนี้ ยังสามารถทำ Redundant หรือ Raid เพื่อเพิ่มความปลอดภัยได้อีกด้วย

> อ่านบทความ Raid คืออะไร

ขนาดฮาร์ดดิสก์ที่ใส่นั้น ส่วนใหญ่จะรองรับที่ 3.5" แต่ปัจจุบันก็มีหลายรุ่นที่เพิ่มความสามารถในการรองรับขนาด 2.5" ขึ้นมาเป็น Option เสริม

Networking

เป็นสิ่งที่ตัว NAS ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ การเชื่อมต่อโดยระบบ Networking อาจจะทำได้ผ่านสาย Ethernet Cable หรือไม่ก็ระบบไร้สาย Wi-Fi สำหรับ Port USB ที่เหลืออยู่บนตัวเครื่อง ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เพราะยังสามารถใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ เช่น สำหรับเป็นพอร์ตชาร์จไฟ, ใช้แบคอัพไฟล์ข้อมูลสำรอง หรือส่งข้อมูลกับพวก Gadget ชิ้นเล็กๆ

CPU

ตัวเครื่องแนส จะมี Processor เป็นองค์ประกอบด้วย เพราะต้องใช้ในการประมวลผลด้านการบริหารจัดการระบบไฟล์, อ่าน, เขียน, รัน Application, ประมวลผลไฟล์มิลติมีเดียอย่างวิดีโอ, บริหารจัดการผู้ใช้งานหลาย User และทำงานร่วมกับระบบ Cloud ในบางกรณี

Operating System

หลายๆ คนอาจจะไม่รู้ แต่ NAS นั้น ต้องมี OS ในตัวเพื่อใช้ทำงานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายนอกจากแค่จัดเก็บไฟล์ โดยเฉพาะการใช้รัน App ต่างๆ ตามที่ผู้ใช้สั่งการ อาทิเช่น

  • Business Application อย่าง CRM และ ERP
  • การอ่านไฟล์ Multimedia
  • ใช้เครื่องมือต่างๆ อย่าง Email, ไฟล์ Document, ไฟล์ Spreadsheet และอื่นๆ
  • รันแอพสำหรับประสานงานแลแชน์ไฟล์
  • ใช้ Integrate กับ Private หรือ Public Cloud
ตัวแทนจำหน่าย

การเลือกใช้ NAS นั้น สิ่งสำคัญคือต้องประเมินไฟล์ข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการจัดเก็บ ทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย หลักการง่ายๆ คือไม่ควรให้ Storage ขององค์กรมีพื้นที่ใช้งานเกินกว่า 75% หากเริ่มเกิน ควรจะวางแผนขยับขยายพื้นที่จัดเก็บไฟล์ หรือลบไฟล์เก่ารวมถึงไฟล์ขยะที่ไม่ใช้งาน

> อ่านบทความวิธีลบไฟล์ขยะ

นอกจากพื้นที่จัดเก็บ ต้องเลือกระบบ OS และซอฟต์แวร์สำหรับ Manage ข้อมูลที่ถนัดใช้งาน รวมถึงแอพที่จำเป็นพร้อมสเปคความแรงของตัวเครื่องอื่นๆ อย่าง CPU และ Ram ด้วย

ความปลอดภัย

เช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ ทั่วไป การเชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์ค ย่อมมีความเสี่ยงที่จะถูกผู้ไม่หวังดีเจาะเข้ามาเพื่อจุดประสงค์ที่ไม่ดี โดยส่วนใหญ่แล้ว NAS แบรนด์ชั้นนำทั่วๆ ไป มักจะมาพร้อมระบบ Security ที่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว แต่ผู้ใช้งานก็ควรจะระวัง ไม่เปิดไฟล์หรือทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง วิธีเบื้องต้นที่สามารถทำได้มีมากมาย อาทิเช่น

  • คอยเช็คพาสเวิร์ดและเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ
  • อย่าคลิกลิ้งก์หรืิอีเมลล์แปลกปลอม โดยเฉพาะที่เป็นตัวเลข IP (เช่น http://192.168.x.x)
  • Password ที่ใช้ในระบบเครือข่ายควรจะมีความซับซ้อนระดับหนึ่ง ทั้งตัวแนสเองและตัว Router
  • หมั่นอัพเดต Firmware บนอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ ตั้งค่าให้ทำอัตโนมัติเลยยิ่งดี

ด้วยวิธีเบื้องต้นนี้ ก็พอจะป้องกันภัยอันตรายทางโลกออนไลน์ได้ระดับหนึ่ง

หมั่นทำ Backup

ถ้าพูดถึงการสำรองข้อมูลหรือแบคอัพ NAS นั้น เป็นอุปกรณ์ที่ดีเยี่ยมที่ใช้เทียบเท่ากับ Cloud Storage ได้ แต่สำหรับโซลูชั่นการ Backup ถือว่าไม่ได้เก่งมากนัก หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับตัวเครื่อง เช่น ไฟไหม้, น้ำท่วม หรือไฟช๊อต ข้อมูลในตัวอุปกรณ์อาจจะหายไปตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม แนสนั้นสามารถทำการ Hybrid Backup คู่กับระบบ Cloud ได้ โดยมีวิธีมากมาย โดยอาจจะต้องเสียเงินเป็นรายเดือนเพื่อเช่า Cloud Online ในการสำรองข้อมูล

ราคา

การใช้งานจริง

NAS นั้น มีประโยชน์มากกว่าเป็นเพียง Storage เสริมขนาดใหญ่สำหรับคอมพิวเตอร์ โดยสามารถช่วยลดต้นทุนระบบการจัดเก็บข้อมูลไอทีได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะปัจจุบัน ที่ตัวเครื่องเริ่มมีราคาถูกลงเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด จนการเลือกซื้อไปใช้ในบ้านหรือออฟฟิศขนาดเล็กเริ่มเป็นที่นิยมอย่างสูง เพราะการซื้อหนึ่งครั้ง ถือว่าคุ้มค่ากว่าการต้องมาไล่ซื้อ External HDD หลายๆ อัน ซึ่งก็จะมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บอุปกรณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้ แนสยังมีระบบประมวลผล, แรม และระบบปฏิบัติการ ในตัว ทำให้รันโปรแกรมต่างๆ ได้ด้วย

ประวัติการกำเนิด

ในช่วงต้นยุค 1980s กลุ่ม Newcastle Connection ที่มหาวิทยาลัย Newcastle University ได้สาธิต และทำการพัฒนาเครื่องจักรสำหรับเก็บไฟล์ข้อมูลแบบไร้สาย ชื่อว่า UNIX Machines ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในวงการไอที จากนั้นในปี 1984 3Com และ Microsoft ได้ร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์ LAN Manager และโปรโตคอลสำหรับใช้งานกับเซิร์ฟเวอร์ เพื่อบริหารจัดการไฟล์ จนเกิดเป็น 3Server และ 3+Share ซึ่งถือเป็นเซิร์ฟเวอร์ชนิดแรกที่เป็นการรวมกันทั้งในส่วน Hardware, Software และ Disk หลายตัว หรือจะเรียกว่าเป็น File Server ก็ว่าได้

กำเนิด NAS ตัวแรก

ด้วยความสำเร็จ ทำให้มีการพัฒนาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลต่อมาเรื่อยๆ โดย 3Com เป็นแบรนด์แรกที่ได้สร้างอุปกรณ์ NAS ขึ้นมา สำหรับใช้งานกับ Desktop ครั้งแรก

ในยุค 2000s หลายๆ แบรนด์ ก็เริ่มผลิตแนสเป็นรุ่นของตนเองวางจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย จนในปี 2009 ก็มีการคิดค้นการเก็บข้อมูลแบบ Online Backup Solution ขึ้นครั้งแรกโดย CTERA Networks และ Netgear

ในปี 2021 โซลูชั่นของและประเภทของตัวเครื่อง จะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  1. กลุ่มแรกจะโฟกัสในการรองรับการใช้งานโดยกลุ่ม Consumer จะมีราคาถูกและใส่ HDD ได้ 1-5 ลูก
  2. กลุ่มที่ 2 จะเน้นใช้งานตามบริษัทเล็กๆ ถึงระดับกลาง มักจะจุ Hard Drives ได้ประมาณ 2-24 ลูก มีทั้งในรูปแบบ Form Factor แบบ Tower และ Rack Mount ในส่วนของราคา จะขึ้นอยู่อยู่กับองค์ประกอบภายใน
  3. กลุ่มสุดท้าย จะเน้นรองรับผู้ใช้งานจำพวกบริษัทขนาดใหญ่ ระดับองค์กร Enterprise โดยจะมีความสามารถในการใช้งาน Software ที่ครอบคลุมกว่า

แนสส่วนใหญ่ จะจำหน่ายในลักษณะ No HDD หรือไม่มี Hard Drive ติดตั้งมาแต่แรก เพื่อให้ผู้ใช้งาน (หรือแผนกไอที) ได้ปรับแต่ง เลือกปริมาณความจุใส่เพิ่มตามการใช้งานจริง ทั้งในส่วนต้นทุน, ปริมาณการจัดเก็บ และคุณภาพ

จำหน่ายสินค้าไอทีทุกชนิด

Techforteam ภายใต้ บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด เรามีการ ขายอุปกรณ์ไอที ทุกชนิด ทุกแบรนด์ ของแท้ รับประกันศูนย์มาตั้งแต่ปี 1993 โดยเน้นให้บริการการใช้งานทั้งในกลุ่มองค์กรและบุคคล ในราคาถูกที่สุดพร้อมบริการจัดส่งฟรี นอกจากนี้ เรายังมีบริการงานติดตั้ง วางระบบ ดูแลอุปกรณ์อีกด้วย

ให้คำปรึกษาฟรี

ทีมงานของเรามีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น หรือมองหา Solution ต่างๆ อย่างครบวงจร พร้อมเซอร์วิสบริการทั้งก่อนและหลังการขายถึงสถานที่